ประวัติและตราสัญลักษณ์
  ข้อมูลสภาพทั่วไป
  ลักษณะที่ตั้ง
  ลักษณะสังคม
  ลักษณะทรัพยากร
  ลักษณะสาธารณสุข
  ลักษณะโครงสร้างพื้นฐาน
  ข้อมูลชุมชน
  สถานที่สำคัญในนางรอง
  สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์
  รวมภาพ ทม.
  เสน่ห์ภาษานางรอง
  ย้อนยุคแลอดีตเมืองนางรอง
  โครงสร้างการบริหาร
  คณะผู้บริหาร
  สมาชิกสภาเทศบาล
  หัวหน้าส่วนราชการ
  เจ้าหน้าที่สำนักปลัดเทศบาล
  เจ้าหน้าที่กองคลัง
  เจ้าหน้าที่กองช่าง
  เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
  เจ้าหน้าที่กองวิชาการและแผนงาน
  เจ้าหน้าที่กองการศึกษา
  เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม
  ผลงาน ทม.
  รายรับรายจ่าย
  สำนักปลัดเทศบาล
  กองคลัง
  กองช่าง
  กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
  กองวิชาการและแผนงาน
  กองการศึกษา
  กองสวัสดิการสังคม
  สำนักปลัดเทศบาล
  กองคลัง
  กองช่าง
  กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
  กองวิชาการและแผนงาน
  กองการศึกษา
  กองสวัสดิการสังคม
  ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
  ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
  พ.ร.บ./พ.ร.ก.
  กฎกระทรวงและระเบียบ
 
 
 
 
 
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
             
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
 
สำหรับผู้ที่ยังไม่มีโปรแกรม Acrobat
Download Program
 
 

 
       
 
 
  ความเป็นมาและพานิชย์ที่ต้องจดทะเบียน
 1. ความเป็นมาของกฏหมายว่าด้วยทะเบียนพานิชย์
     1.1 พระราชบัญญัติทะเบียนพานิชย์ พุทธศักราช 2479 ใช้บังคับเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2479 เป็นฉบับแรก
     1.2 พระราชบัญญัติทะเบียนพานิชย์ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2490 เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติทะเบียนพานิชย์ พุทธศักราช 2479 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2490
     1.3 พระราชบัญญัติทะเบียนพานิชย์ พ.ศ. 2499 เป็นฉบับยกเลิกพราะราชบัญญัติทะเบียนพานิชย์ทั้ง 2 ฉบับข้างต้นมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา
     1.4 พระราชบัญญัติทะเบียนพานิชย์(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2549 เป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเป็นการแก้ไขกฏหมายว่าด้วยทะเบียนพานิชย์มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2549

 2. วัตถุประสงค์ของการจดทะเบียนพานิชย์
     2.1 เพื่อประโยชน์ในการรวบรวมสถิติและทราบหลักฐานของผู้ประกอบพานิชยกิจที่ถูกต้องเชื่อถือได้
     2.2 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือส่งเสริมด้านการพานิชย์และการอุตสาหกรรมรวมทั้งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
     2.3 ผู้ประกอบพานิชยกิจสามารถใช้เป็นหลักฐานในทางการค้าได้
 3. ความหมายของ"พานิชยกิจ" 
     พานิชยกิจหมายถึง กิจการในทางอุตสาหกรรม หัตถกรรม พานิชยกรรม การบริการหรือกิจการอย่างอื่นที่เป็นการค้า
     พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 มาตรา 6 ให้ถือกิจการดังต่อไปนี้เป็นพาณิชยกิจ
     (1) การซื้อ การขาย การขายทอดตลาด การแลกเปลี่ยน
     (2) การให้เช่า การให้เช่าื้ซื้อ
     (3) การเป็นนายหน้า หรือตัวแทนค้าต่างๆ
     (4) การขนส่ง
     (5) การหัตถกรรมการอุตสาหกรรม
     (6) การรับจ้างทำของ
     (7) การให้กู้ยืมเงิน การรับจำนำ การรับจำนอง
     (8) การคลังสินค้า
     (9) การรับแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อหรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การเครดิตฟองซิเอร์ การโพยก๊วน
     (10) การรับประกันภัย
     (11) กิจการอื่นซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการเป็นพาณิชยกิจ พ.ศ. 2546 เพิ่มเติมโดยมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2546 ได้แก่ (11.1) การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเตอร์เน็ต
       (11.2) การให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
       (11.3) การให้บริการเครื่องเล่นเกมส์
       (11.4) การให้บริการตู้เพลง
 4. พาณิชย์ที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกปประกาศตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ให้ประกอบพาณิชยกิจดังต่อไปนี้ในทุกท้องที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
     (1) การทำโรงสีข้าว
     (2) การขายสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆอย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตามคิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
     (3) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนค้าต่างซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆอย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตามและสิ้นค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป
     (4) การประกอบหัตถกรรมหรืออุตสาหดรรมไมว่าอย่างใดๆอย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตามและขายสินค้าที่ผลิตได้มีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปหรือในวันหนึ่งวันใดมีสินค้าที่ผลิตได้มีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
     (5) การขนส่งทางทะเลการขนส่งโดยเรือกลไฟหรือเรือยนต์ประจำทางการขนส่งโดยรถไฟการขนส่งโดยรถรางการขนส่งโดยรถประจำทางหารขายทอดตลาดการรับซื้อขายที่ดิน หารให้กู้ยืมเงิน การรับแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อขายตั๋วเงิน การธนาคาร การโพยก๊วน การทำโรงรับจำนำ และการทำโรงแรม
     (6) ขาย เช่า ผลิตหรือรับจ้างผลิตแผ่นซีดี แถบบันทึก วีดีทัศน์ แผ่นวีดีทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดีทัศน์ ระบบดิจิทัลเฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง
     (7) ขายอัญมณี หรือเครื่องประดับซึ่งประดับด้วยอัญมณี
     (8) ซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
     (9) การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเตอร์เน็ต
     (10) การให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
     (11) การให้บริการเครื่องเล่นเกมส์
     (12) การให้บริการตู้เพลง
     (13) โรงงานแปรสภาพแกะสลักและการหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีก การค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง
พาณิชยกิจที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
   มีพาณิชยกิจบางอย่างที่ได้รับการยกเว้นมไ่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์คือ
       1. การค้าหาบเร่ การค้าแผงลอย
       2. พาณิชยกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล
       3. พาณิชยกิจของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งขึ้น
       4. พาณิชยกิจของกระทรวง บวง กรม
       5. พาณิชยกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์
       6. พาณิชยกิจซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศในาชกิจจานุเบกษา
       7. พาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนตาม 1-5 ซึ่งผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัดตามกฏหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด 
สถานที่จดทะเบียน 
        เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ประกอบกิจการค้าที่กิจการค้าของตนเองตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนางรองสมารถยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ เทศบาลเมืองนางรองในวันและเวลาราชการ
เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์ 
        1. สำเนาบัตรประชาชน
        2. สำเนาทะเบียนบ้านของที่ตั้งสำนักงาน/ห้าง/ร้าน
        3. หนังสือมอบอำนาจ(ถ้ามี)
        4. สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ
กำหนดระยะเวลาการจดทะเบียนพาณิชย์ 
         1. จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบพาณิชยกิจ
         2. การเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียนไว้ตาม(1)ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
         3. เลิกประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกประกอบพาณิชยกิจ
         4. ใบทะ้บียนพาณิชย์สูญหายต้องยื่นขอใบแทนภายใน 30 วันนับแต่วันสูญหาย
หน้าที่ของผู้ประกอบพาณิชยกิจ
         1. ต้องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามแต่กรณี
         2. ต้องแสดงใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบแทนใบทะเบียนพาณฺชย์ไว้ ณ สำนักงานในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย
         3. ต้องจัดให้มีป้ายชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจไว้หน้าสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาโดยเปิดเผยภายในเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนพาณิชย์ป้ายชื่อให้เขียนเป็นอักษรไทยอ่านง่ายและชัดเจนจะมีอัษร ต่างประเทศในป้ายชื่อด้วยก็ได้และจะต้องตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้หากเป็นสำนักงานสาขาจะต้องมีคำคำว่า"สาขา" ไว้ด้วย
         4. ต้องไปให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการจดทะเบียนตามคำสั่งของนายทะเบียน
         5. ต้องอำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าทำการตรวจสอบในสำนักงานของผู้ประกอบกิจการ
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนพาณิชย์ 
    การขอดำเนินการตามพ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ฯจะต้องเสียค่าธรมมเนียมตามประเภทของการดำเนินการดังต่อไปนี้
         1. จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่   50 บาท
         2. จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนครั้งละ  20  บาท
         3. จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ  20  บาท
         4. ขอให้ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ฉบับละ  30  บาท
         5. ขอตรวจเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่งครั้งละ  20  บาท
         6. ขอให้เจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่ง ฉบับละ  30  บาท
บทกำหนดโทษ 
         1. ประกอบพาณิชยกิจโดยไม่จดทะเบียนแสดงรายการเท็จไม่ยอมให้ถ้อยคำไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในสำนักงานมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน   2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิดต่อเนื่องปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามมพระราชบัญญัติ
         2. ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหายไม่ยื่นคำร้องขอใบรับแทนหรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงานที่เห็นได้ง่ายไม่จัดทำป้ายชื่อมีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่องปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
         3. ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งกระทำการฉ่อโกงประชาชนปนสินค้าโดยเจตนาทุจริตปลอมสินค้าหรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการจะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์เมืี่่อถูกสั่งถอบใบทะเบียนพาณิชยแล้วจะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
        4. ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่ถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้วยังฝ่าฝืนประกอบพาณิชยกิจต่อไปมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน10,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ 
 
 
 
 
     
    หน้าแรก | ผลงานเทศบาล | สถานที่สำคัญ | กระดานกระทู้ | ติดต่อเทศบาล | แผนผังเว็บไซต์  
  การแสดงผลหน้าเว็บไซต์จะสมบูรณ์ที่สุดสำหรับ  Internet Explorer 6 © สงวนลิขสิทธิ์ ๒๕๕๓ โดย เทศบาลเมืองนางรอง